“เปอร์”พาเปิดความลับความเป็น “ย้ง ทรงยศ” แนะเสพสื่ออย่างมีสติ!!

0
201

 ชั่วโมงนี้คงไม่มีใครจะไม่รู้จักผู้กำกับภาพยนตร์และซีรีส์วัยรุ่นชื่อดัง “ย้ง ทรงยศ” ที่นอกจากจะเป็นผู้กำกับแล้วเขายังเป็นผู้ก่อตั้ง นาดาว บางกอก ค่ายศิลปินนักแสดงวัยรุ่นที่อยู่ในกระแสปัจจุบัน งานนี้พิธีกรหนุ่ม “เปอร์-สุวิกรม อัมระนันทน์”แห่งรายการ “เปอร์-สเปกทีฟ” เลยไม่พลาดที่จะเข้าไปพูดคุยกับบุคคลที่พาเขาเข้าสู่วงการบันเทิง เกี่ยวกับที่มาที่ไปของการทำงานและพาผู้ชมเยี่ยมเยือนนาวดาว บางกอก ทุกซอกทุกมุม แม้กระทั้งกระบวนการทำงานในทุกขั้นตอน ก่อนจะเผยแง่มุม“เสพสื่ออย่างไรให้เท่าทัน”

ย้ง ทรงยศ เล่าว่า “ จากเดิมที่ทำ GTH  ซึ่งเป็นบริษัทผลิตหนังแล้วเราก็ทำให้เกิดนักแสดงหน้าใหม่ขึ้นมากมายจากการเฟ้นหาให้ตรงกับบทบาทที่เรากำหนด จนมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จึงเกิดการก่อตั้ง นาดาว บางกอก ขึ้นเพื่อเป็นบริษัทสำหรับดูแลและพัฒนานักแสดงแบบเต็มตัว โดยการเอาเด็กมาฝึกมาพัฒนา สร้างคาแรคเตอร์ให้พัฒนาจากตัวเด็ก ให้กลายเป็นศิลปินที่มีคุณภาพ และส่งเสริมให้เป็นที่ยอมรับ  อีกทั้งยังมีการผลิตซีรีส์ด้วยการนำนักแสดงภายในค่ายมาต่อยอดการแสดง ซึ่งทั้งนี้จะรู้กันดีว่าห้องเขียนบทของบริษัทจะมีการทำงานกันอยู่ตลอดเวลา เพราะเราให้ความสำคัญกับเรื่องบทมาก อย่างผลงานที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็น ฮอร์โมน ทุกซีซั่น , I Hate you I love you , Stay Saka ฉันคิดถึงเธอ หรือแม้กระทั้งล่าสุดกับเรื่อง เลือดข้นคนจาง ที่ประสบความสำเร็จก็มาจากตรงนี้เช่นกัน ซึ่งผลงานส่วนใหญ่ที่ผมทำจะเกี่ยวกับวัยรุ่น ทำให้รู้ว่าเด็กยุคนี้เขาเปลี่ยนไป และถ้าผู้ใหญ่อยากจะแก้ปัญหาเกี่ยวกับวัยรุ่นได้ เราก็ต้องเข้าใจวัยรุ่นก่อน อย่าเอาความเป็นวัยรุ่นในยุคของตัวเองมาตัดสินหรือมาบอกวัยรุ่นยุคนี้ว่าเป็นเหมือนกัน ตรงนี้ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นในการทำฮอร์โมน ที่ต้องการให้เป็นละครวัยรุ่นที่สะท้อนความเป็นจริง ไม่เหมือนในฟรีทีวีที่เคยทำกันอยู่ ตอนแรกก็มีกังวลเรื่องกระแสเหมือนกัน แต่สุดท้ายผู้ใหญ่ที่ได้ชมก็เข้าใจ ครูหรือนักวิชาการก็เปิดกว้างมากขึ้น ซึ่งตอนนั้นเกือบจะปิดตัวนาดาว บางกอกลงแล้วเพราะขาดทุน แต่พอฉายออกไปแล้ว กระแสตอบรับกลับดีมาก สปอนเซอร์เต็มทันทีในซีซั่นที่ 2 เพราะความตรง จริง และ แรง ของเนื้อหา ซึ่งการทำงานไม่ว่าจะผ่านมากี่เรื่อง ผมจะละเอียดทุกๆอย่าง ตั้งแต่วิธีคิด บท คิดถึงคนทำงาน ฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย ในส่วนของคนดู ก็มีการศึกษาคนดูตลอดเวลา ศึกษาพฤติกรรมคนดู ผ่านสื่อโซเชียลต่างๆ เพราะเขามีความเปลี่ยนแปลงกันตลอดเวลาและเราต้องปรับให้ทัน โดยที่เราก็ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เวลาจะเล่าเรื่องอะไรออกไปสุดท้ายคนดูที่เขาได้รับมีผลกระทบหมดไม่ว่าจะด้านบวกหรือลบ ดังนั้นผู้ชมต้องมีสติ คิดและไตร่ตรองทุกครั้งก่อนที่จะเชื่อว่าเรื่องนั้นๆจากการรับชมหรือรับฟังจากสื่อต่างๆ”